ประวัติ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ประวัติ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร

“ธรรมชาติของดีทั้งหลายนั้น ย่อมเกิดขึ้นมาแต่ว่าของไม่ดี มีอุปมาดังดอกนิลุบลชาติอันสวยสดงดงาม ก็เกิดมาจาก โคลนตม อันเป็นของสกปรก ปฏิกูล น่าเกลียด แม้กระนั้น ดอกบัวนั้นเมื่อขึ้นพ้นโคลนตมแล้วย่อมเป็นสิ่งสะอาด เป็นที่ทัดทรงของพระราชา อุปราช อำมาตย์ เสนาบดี ฯลฯ แล้วก็ดอกบัวนั้นก็มิคืนกลับไปยังโคลนตมอีก -ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ -ได้สมบัติทั้งสิ้นไม่เท่าได้ตน เพราะเหตุว่าตัวตนนั้นเป็นที่เกิดแห่ง ทรัพย์สินทั้งสิ้น”

นามเดิม
เกิดในสกุล แก่นแก้ว เกิด 20 มกราคม 2413 สถานที่เกิด บ้านคำบง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

อุปสมบท
อุปสมบท ณ วัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 12 เดือนมิถุนายน 2436 โดยมีพระอริยกวี เป็นพระอุปัชฌาย์

มรณภาพ
11 พฤศจิกายน 2492 อายุ 80 ปี 56 พรรษา

หลวงปู่บรรพชาเป็นเณร เมื่ออายุได้ 15 ปีในวัดบ้านคำบง เมื่อบรรพชาได้ 2 ปี ท่านต้องสึกตาม ความประสงค์ของพ่อ พอเพียงอายุได้ 22 ปี หลวงปู่ก็เลยได้เข้าพิธีการอุปสมบทเป็นภิกษุ แล้วก็ได้เข้าฝึกปฏิบัติธรรม ในสำนักวิปัสสนากับ ท่านอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ณ วัดเลาะ จังหวัดอุบลราชธานี

หลวงปู่เป็นอาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อมีผู้ชื่นชมมากมาย หลวงปู่มีศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระเถระซึ่งเป็นที่เครารพของผู้คนทั่วประเทศ อาทิเช่น
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
หลวงปู่ขาว
หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ฯลฯ

หลวงปู่ได้รับ การเรียกขานจากบรรดาลูกศิษย์ว่า “พระอาจารย์ใหญ่” เป็นผู้มีประวัติงดงาม เป็นฐานที่พึ่งอันมั่นคงตลอดจนเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของเหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลายแหล่ ตลอดระยะเวลาในเพศบรรพชิต หลวงปู่ปฏิบัติตนจนกระทั่งเป็น ตัวอย่างที่ดี อันจะหาใครเทียบเท่าได้ยากยิ่ง…

ประวัติ หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ประวัติ หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง จังหวัดเลย

นามเดิม นายบา วรบุตร
พ่อ นายผ่อย วรบุตร
แม่ นางกวย วรบุตร
เกิด วันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๔๔
ตรงกับวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลู ที่ อ.เมือง จังหวัด เลย
มีพี่น้องทั้งสิ้น ๓ คน คือ
๑. นางบวย วรบุตร (ถึงแก่กรรม)
๒. หลวงปู่หลุย (มรณภาพ)
๓. นายสุข วรบุตร (ถึงแก่กรรม)

ภายหลังที่หลวงปู่ จบชั้นประถมปีที่ ๓ จากสถานศึกษา วัดศรีสะอาด ได้ไปอยู่กับพี่เขย ซึ่งทำงานเป็นสมุห์บัญชี แผนกสรรพากร อำเภอเชียงคาน อายุ ๑๘ ปี ได้เข้าโบสถ์ นับถือศาสนาคริสต์ ด้วยเหตุว่าชอบสวดมนต์ เชื่อในศาสนาคริสต์ อยู่ ๕ ปี กระทั่งคุณพระเชียงคาน ให้ชื่อว่า นักบุญ หลุย จากการที่คลุกคลีอยู่นี้ ได้มองเห็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็เลยออกมาจากศาสนาคริสต์ เข้าบรรพชาเมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๖๖ โดยบวชฝ่ายมหานิกาย อยู่ ๑ ปี แล้วญัตติเข้ามาเป็นข้างธรรมยุติ ที่ จังหวัดเลย กับท่านพระครูอดิสัย คุณาธาร อยู่ ๑ ปี และก็ได้ญัตติเป็นครั้งลำดับที่สอง ที่ จังหวัด อุดรธานี โดยท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) วัดโพธิสมภรณ์

ในคราวนี้ได้บวช พร้อมทั้งหลวงปู่ขาว อนาลโย โดยหลวงปู่หลุย เป็นนาคขวา บรรพชาก่อนหลวงปู่ขาว ๑๕ นาที แล้วก็ได้มาอยู่กับท่าน พระคุณครูมั่น รวมทั้งท่านพระอาจารย์เสาร์ ที่ อำเภอท่าบ่อ ตรงเวลา ๑๑ ปี และก็หลวงปู่ ได้อยู่เป็นเจ้าอาวาส วัดถ้ำผาบิ้ง อยู่ ๒ – ๓ ปี ก็ได้ท่องเที่ยววิเวก โดยให้พระอาจารย์ที่ปรึกษา (หรั่ง คณาโสภโณ) เป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำผาบิ้งสืบต่อไปแทน…

ประวัติ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

ประวัติ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

นามเดิม สิงห์ บุญโท
พ่อ เพียอัครวงศ์ (อ้วน)
คุณแม่ หล้า บุญโท
เกิด วันที่ ๒๗ ม.ค. ๒๔๒๓ ปีฉลู

บรรพชา
เป็นเณร เมื่อ พุทธศักราช๒๔๔๖ในวัดบ้านหนองขอน ตำบลหัวสมุทร อำเภออำนาจก้าวหน้า จังหวัดอุบลราชธานี (เดี๋ยวนี้ จังหวัดอำนาจเจริญ)

บวช
ในพัทธสีมาวัดสุทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตอนวันที่ ๓๐ พ.ย. ๒๔๕๒ โดยสมเด็จพระมหาวีวงศ์ (ติสโส อ้วน) สมัยเมื่อดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระศาสนดิลก เป็นอุปัชฌาย์ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น

ในระหว่างปี ปี พุทธศักราช๒๔๕๘ ได้นมัสการ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีความนับถือ ในนฤติการณ์ศีลาจารความประพฤติ ของท่านพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐาน ก็เลยมอบกายถวายตัว เป็นลูกศิษย์ออกธุดงคปฏิบัติ ตามแนวของท่าน จนกระทั่งมีความก้าวหน้าทางธรรมปฏิบัติพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

เป็นพระนักปฏิบัติ ที่แน่วแน่ เอื้อเฟื้อ เป็นผู้นำหมู่คณะ เผยแผ่ธรรม ได้ผลดีมากมาย ในแถบจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งภาคอีสาน วัดที่ท่านเคยอาศัย เป็นเจ้าอาวาส เป็นวัดป่าสาลวัน โคราช

สมณศักดิ์
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระญาณวิสิษฏ์ สมิทธิวีราจารย์” เมื่อ ๕ ธ.ค. ๒๕๐๐

มรณภาพ
วันที่ ๘ ก.ย. ๒๕๐๔ เวลา ๑๐.๒๐ น ณ วัดป่าสาลวัน รวมอายุได้ ๗๓ ปี…

ประวัติ พระวชิรญาณภิกษุ

พระวชิรญาณภิกษุ

ประวัติ พระวชิรญาณภิกษุ

พระวชิรญาณภิกษุ หรือ วชิรญาณภิกษุ

เป็นฉายาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระวชิรญาณทรงเป็นบุตรชาย ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พระราชการเกิดช่วงวันที่ ๑๘ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๓๔๗ ทรงผนวชเมื่อพระชนมายุ ๒๑ พรรษา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงเรียนพระธรรมวินัยตรงเวลาถึง ๒๑ ปี ก็เลยทรงลาผนวชขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔

ที่พระบรมราชจักรีวงศ์ ระหว่างที่ทรงบวชและก็ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหารนั้น ท่านได้ทรงเรียนรู้พระธรรมวินัยอย่างแตกฉาน กระทั่งสามารถบอกพระราชนิพนธ์ภาษาบาลีได้อย่างกระชุ่มกระชวย ทรงพระราชนิพนธ์บทสวดมนต์ไว้หลายบท ซึ่งพระไทยยังคงใช้สวดมนตร์บรรยายมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ว่าผลงานที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นต้นว่าการที่ทรงแต่งตั้งธรรมยุติกนิกายขึ้น เป็นนิกายใหม่อีกนิกายหนึ่งในประเทศสยาม…

ประวัติ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ประวัติ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ผู้ที่จะปฏิบัติธรรม เพื่อได้สมาธิที่ถูก เป็น “สมาธิชอบ” ให้ได้ปัญญาเป็น “สัมมาทิฏฐิ” จะต้องอาศัยศีลเป็นพื้นฐาน ศีลที่พวกเรา รักษาบริสุทธิ์ บริบูรณ์ก็ดีนั่นแหละ จะจุนเจือจิตใจ ให้มีความสงบลงสู่ความเป็นสมาธิอย่างแม่นยำ เมื่อสมาธิอาศัย อำนาจแห่งศีลเป็นเครื่องอบรม “ปัญญา”หมายถึงความรู้ที่เกิดขึ้นมา ย่อมเป็น “สัมมาทิฏฐิ”

นามเดิม พุธ อินทรหา เกิด 8 กุมภาพันธ์ 2464 สถานที่กำเนิด อำเภอหนองโดน จังหวัดนครราชสีมา อุปสมบท บวชในวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เมื่อพุทธศักราช 2485 โดยมี พระปัญญาพิศาลเถระ (หนู) เป็นพระอุปัชฌาย์ สมณศักดิ์ พระราชสังวรญาณ

หลวงพ่อกำพร้าพ่อ แม่ ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยเหตุนั้น หลวงพ่อก็เลยอยู่ในความเลี้ยงดูของพี่น้องที่ อำเภอสว่างบริเวณ สกลนคร ถัดมาเมื่ออายุ 15 ปี ได้บวชเป็นเณร ที่วัดอินทร์ทอง อำเภอสว่างบริเวณ สกลนคร วันหลังบวช เป็นเณรแล้ว หลวงพ่อได้ได้โอกาสเดินทางไปยังวัดบูรพาทิศ จังหวัดจังหวัดอุบลราชธานีในวัดที่นี้เอง หลวงพ่อได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ของท่านพระคุณครูเสาร์ กันตสีลเถระ ซึ่งเป็นพระคุณครูของ พระคุณครูมั่น ภูรีทัตโต รวมทั้งเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนาการเข้าฌาน จากท่านพระคุณครูเสาร์เป็นครั้งแรก ถัดมาในปีพุทธศักราช2483 ท่านพระคุณครูเสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ท่านเจ้าคุณพระสติปัญญาไพศาลเถระในวัดปทุมวนาราม จ.กรุงเทพฯ ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาบ่อยมาจนถึงอายุครบบรรพชา ก็เลยได้เข้าพิธีการบวชในวัดที่นี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานศาสนาตลอดมา จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2513 หลวงพ่อก็เลยครองตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัด
นครราชสีมา ตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ หลวงพ่อไม่เคยหยุดบำเพ็ญผลดีต่อศาสนา และก็สังคม ท่านยังคงรับเป็นองค์ชี้แจงธรรม แล้วก็อบรมสมาธิภาวนาให้แก่ศาสนิกชนอย่างสม่ำเสมอ ท่านเป็นผู้
ผลิตคุณค่า แก่ศาสนา รวมทั้งพสกนิกรอย่างยิ่ง เป็นผู้ยินดีใส่ใจสำหรับเพื่อการขัดเกลาธรรมแก่ ภิกษุ สามเณ ตลอดถึงสาธุชน ผู้มาถึงสำนักด้วยความปรานี เป็นคนชี้แนะในธรรมปฏิบัติ ทั้งที่ยังไม่ตายผู้ปฏิบัติสำรวมตนในพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดี แก่ศิษยานุศิษย์โดยตลอด ควรจะแก่การหนวดเครารพเชิดชูยิ่ง…

ประวัติ หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (ไต้ซือเย็นบุญ)

หลวงจีนคณาณัติจีนพรต

ประวัติ หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (ไต้ซือเย็นบุญ)

พระพุทธศาสนามีนิกายอยู่ 2 นิกายหมายถึงทักษิณนิกาย รวมทั้ง หินยาน กับ อาจริยวาท ในประเทศไทย ประเทศพม่า ลังกา ลาว เขมร จำนวนมากเชื่อถือนิกายหินยาน ส่วนนิกายอาจริยวาทนั้นเชื่อถืออยู่ในประเทศธิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม ท่านไต้ซือเย็นบุญ ท่านป็นพระภิกษุนิกายอาจริยวาท ท่านเกิดที่ตำบลฉั่วฉู่ อำเภอเท่งไช้ เขตกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อปี พุทธศักราช2463 แต่ว่ามาบวชเป็นเณรในประเทศไทย แล้วไปบรรพชาเป็นภิกษุที่เมืองจีน เรียนรู้วิปัสสนากับพระอาจารย์ซีหยวน แล้วเดินทางเข้า เมืองไทย เมื่อปีพุทธศักราช2490

ขณะท่านอายุ 27 ปี ระหว่างที่อยู่ปรเทศจนกระทั่งหมดอายุขัย ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ ของวัด ด้วยพรหมวิหารธรรมอันมีเมตตา ได้โปรด มุตฑิตา อุเบกขา เป็นที่เคารพสักการะ ทั้งยังญาติคนไทยแล้วก็ คนจีนทั่วๆไป ท่านมรณะภาพเมื่อปี พุทธศักราช 2526 ชนมายุ 63 ปี…

ประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย

ประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดป่าถ้ำกลองเพล อำเภอหนองบัวลำพู จังหวัดอุดรธานี

“ปล่อยจิตว่าง แล้วจิตสบาย เพราะเหตุว่าจิตเป็นเยี่ยมไม่ขุ่นมัว ไม่มีอารมณ์มาฉาบทาดวงจิตแล้ว ดวงจิตใส ดวงจิตขาว จิตเย็นมีแต่ว่าความสบาย รู้ท่าสังขาร รู้ทันความจริง จิตพวกเราไม่หวั่นไหวต่อสิ่งทั้งสิ้น ถึงมรณะจะมาถึงก็ตาม ทุกขเวทนา ปวด มาถึงก็ตาม ปราศจากความหวั่นไหวต่อ สิ่งพวกนั้น ”

นามเดิม เกิดในสกุล โครัตถา เกิด 28 ธันวาคม 2431 สถานที่เกิด ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี บวช บวชในวัดสิทธิบังคม อำเภอพรรณานิคม สกลนคร ในพุทธศักราช2462 โดยมีพระครูป้อง เป็นอุปัชฌาย์ มรณภาพ 16 พฤษภาคม 2526 อายุ 95 ปี 64 ปี

ก่อนบวชหลวงปู่ได้ดำรงชีพตามวิสัยฆราวาสทั่วๆไปโดยมีลูก 3 คน จนกระทั่งใน พุทธศักราช 2462 ขณะอายุได้ 31 ปี หลวงปู่ก็เลยตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในบวรศาสนาพุทธ หลวงปู่บรรพชาอยู่นาน 6 ปี ก็เลยได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ ของ พระคุณครูมั่น ปัญญาทัตโต และก็ได้ขอญัตติเป็นกลางเลิกนิกาย เมื่อปีพุทธศักราช 2468 ที่วัดโพธิ์สมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นอุปัชฌายะ

หลวงปู่มีความหนักแน่นในข้อความประพฤติปฏิบัติมากมายโดยเฉพาะ กับการเดินจงกรม หลวงปู่ได้ย้ำเป็นพิเศษ พูดอีกนัยหนึ่ง เมื่อฉันเสร็จเริ่มเดินจงกรมเป็นพุทธบูชา พอเพียงถึงบ่ายสองนาฬิกาเริ่ม

เดินจงกรมมอบยุติธรรมบูชา จนกระทั่งบ่าย 4 นาฬิกา รวมทั้งเมื่อทำข้อความประพฤติเสร็จสมบูรณ์และจากนั้นก็จะเริ่มเดินจงกรมมอบให้ป็นสังฆบูชา จนกระทั่งโดยประมาณ 4-5 ทุ่ม ก็เลยเข้าที่เข้าทางพักเพื่อบำเพ็ญภาวนาถัดไป หลวงปู่ได้บำเพ็ญหมั่นเพียรออกธุดงค์

เพื่อเผยแผ่พระธรรม คำกล่าวอบรมสั่งสอนตามสถานที่ต่างๆหลายที่ กระทั่งอายุ 70 ปี ก็เลยจำพรรษา เป็นการถาวรที่วัดป่าถ้ำกลองเพล หลวงปู่เป็นภิกษุ ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีข้อการปฏิบัติปฏิบัติงาม เหมาะสมจำเป็นตัวอย่างสืบไป…

ประวัติ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

ประวัติ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
วัดบรรพตคีรี ( ภูจ้อก้อ ) อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

บทบูชาพระรัตนตรัยนี้ เป็นลิขิตของพระการเข้าฌาน สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ที่พลีกาย มอบให้ชีวิต อุทิศเพื่อ ศาสนาพุทธ พระคุณเจ้า รูปนี้เป็น หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี ( ภูจ้อก้อ ) อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

ชีวประวัติ ของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต เป็นชีวิต ที่สมณะ ผู้ละวางลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มุ่งสู่ การเป็นอิสระ อย่างเป็นจริงเป็นจัง มั่นคง

ท่านกำเนิดเมื่อ วันจันทร์ที่ 14 ก.พ. พุทธศักราช2454 ที่บ้านกุดสระ อำเภอหมากหน้าแข้ง จังหวัดอุดรธานี พ่อชื่อนายคูน เสวตร์วงศ์ มาดาชื่อ นางแพง เสวตร์วงศ์ เป็นลูกคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้อง 8 คน อาชีพของครอบครัว คือทำนา ท่านเรียน ในสถานศึกษา ชั้นประถม ปีที่ 2 ก็จะต้องออกมา

ในวัยเด็ก ท่านได้ได้โอกาส รับใช้พระธุดงค์ ที่จาริกมา ในละแวกบ้าน ซึ่งมีส่วนช่วย หล่อหลอมจิตใจ ให้ใฝ่ในทางธรรม

อายุ 18 บวชเป็นสามเณร เมื่ออายุครบเกณฑ์ ก็ได้บรรพชา เป็นพระ ตามประเพณี แล้ว ก็ลาสึก มาครองเรือน ได้ประสพ ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง ที่สังขาร และก็การพลัดพราก

เมื่อปี พุทธศักราช2486 บวชเป็น พระมหานิกาย ที่วัดบ้านยาง มีพระครูคูณ เป็นอุปัชฌาย์ ปีแรก ก็สอบนักธรรมโทได้

วันที่ 15 ก.พ. พุทธศักราช2488 ท่านได้ญัตติ เข้าในคณะธรรมยุต ที่วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) ครั้งเป็นพระเทพกวี เป็นอุปัชฌาย์ แล้วก็ให้แด่ท่าน ไปพำนัก ฝึกหัดการกระทำ กับหลวงปู่บุญมี ชลิตโต ที่วัดโพธิ์ชัย หนองเค็ม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นวัด ที่เจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เคยนิมนต์ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ไปอาศัย ครั้งที่ท่าน กลับจากจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็หลวงปู่ บุญมี เคยได้รับการศึกษา อบรม กับท่านพระอาจารย์มั่น และก็ดำเนิน ปฏิปทา ตามพระบุพพาจารย์…

ประวัติ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ประวัติ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

” ลมหายใจเข้า-ออกนี่แหละ เป็นชีวิตของแต่ละบุคคล อายุจริงๆอยู่ที่ลมหายใจเข้า-ออก อายุที่นับกันอยู่ คือ สิ่งที่ล่วงหายไป อายุที่จริงคงเหลือเพียงแค่ลมหายใจ เข้า-ออก หากปล่อยออกมาแล้วสูดเข้าไปมิได้ ก็ตาย สูดเข้าไปแล้วปล่อยออกมามิได้ก็ตาย ความตายนั้น แก้มิได้ ท่านก็เลยให้แก้ใจตนเองให้สงบนิ่งอยู่ด้านใน หายใจเข้ามาชีวิตหมดไปหายใจออกมาชีวิตหมดไป เดือน-ปี ไม่ไปไหน วันนี้หมดไป วันใหม่ก็มาแต่ว่า ชีวิตของคนเรา หมดไป สิ้นไป ต้องทำความรู้สึกอยู่ ในใจว่า “เราต้องตาย” ทุกลมหายใจ”

นามเดิม สิม วงเข็มมา เกิด 26 พฤศจิกายน 2452 สถานที่เกิด ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
บวชบรรพชาในวัดศรีจันทราวาส อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 16 ก.ค. 2472 โดยมี
ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธาจารย์(จันทร์ เขมิโย) เป็นพระอุปัชฌาย์
สมณศักดิ์ 2502-พระครูสันติวรญาณ 2535-พระญาณสิทธาจารย์(ฝ่ายวิปัสนา)
ตาย 14 สิงหาคม 2535 อายุ 83 ปี 63 ปี

หลวงปู่บวชเป็นเณรเมื่ออายุได้ 17 ปีในวัดศรีรัตนาราม ซึ่งเป็นวัดมหานิกาย ภายหลังไม่นาน ก็เลยได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และก็ได้ขอญัตติใหม่เป็นธรรมเลิกนิกาย ได้รับฉายาว่า “พุทธาจาโร”

จากนั้นได้ออกธุดงค์เพื่อปฏิบัติธรรมตามที่ต่างๆหลวงปู่เป็นเจ้าอาวาสวัดต่างๆหลายวัด จนถึงปี 2510 หลวงปู่ได้ลาออก จากตำแหน่งเจ้าอาวาสทุกวัด รวมทั้งได้เริ่มปรับปรุงถ้ำเขาหินปล่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ แล้วได้จำพรรษาอยู่ ณ ถ้ำผาปล่อง จนกระทั่งมรณภาพ…

ประวัติ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ประวัติ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

“ผู้ปฏิบัติที่จริงจริงนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องคิดถึงชาติหน้า-ชาติหลัง หรือ นรก-สวรรค์อะไรก็ได้ ขอให้ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ สติปัญญา อย่างแน่วแน่ก็เพียงพอ ถ้าเกิดสวรรค์มีจริงถึง 16 ชั้น ตามตำรา ผู้ปฏิบัติก็ดี ก็ย่อมได้เลื่อนฐานะของตัวเองเป็นลำดับ หรือถ้า สวรรค์-นิพพานไม่มีเลย ผู้ปฏิบัติดีตอนนี้ย่อมไม่ไร้ประโยชน์ ย่อมอยู่เป็นสุข เป็นมนุษย์ชั้นยอด ”

นามเดิม เกิดในสกุล เกษมสินธ์ เกิด 4 ตุลาคม 2431 สถานที่เกิด ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

อุปสมบท
อุปสมบท ณ วัดจุมพลสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ในพุทธศักราช2453 โดยมีพระครูวิมลศีลพรต เป็นพระอุปัชฌาย์

สมณศักดิ์ พระราชวุฒาจารย์

มรณภาพ 30 ตุลาคม 2526 อายุ 96 ปี 74 พรรษา

เมื่อแรกบวช หลวงปู่ได้ขยันหมั่นเพียรศึกษาการปฏิบัติกรรมฐานอย่างเคร่งครัด มีความวิริยะ อุตสาหะอย่างแรงกล้า กระทั่งล่วงเข้าพรรษาที่ 6 หลวงปู่ก็เลยหันมาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดสุทัศน์ จังหวัดอุบลราชธานี สอบได้ผู้ปฏิบัติธรรมชั้นตรีเป็นรุ่นแรก ของจังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็ได้เรียนรู้บาลีไวยากรณ์ (มูลกัจจายน์) จนถึงสามารถแปลพระธรรมบทได้ เพราะเหตุว่าวัดสุทัศน์ เป็นวัดที่อยู่ในสังกัดธรรมยุตินิกาย หลวงปู่ก็เลยได้ขอญัตติชอบธรรมจบนิกายในพุทธศักราช2461ในวัดสุทัศน์โดยมีพระมหารัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ รวมทั้งในปีถัดมาหลวงปู่ได้ได้โอกาสเจอ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เมื่อได้ฟังธรรมเพียงแค่ครั้งเดียว จากพระคุณครูมั่น ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง ก็เลยได้เลิกเล่าเรียนพระปริยัติแล้วออกธุดงค์ตามพระอาจารย์มั่น ไปยังที่ต่างๆหลายที่ ก็เลยถือได้ว่าหลวงปู่เป็นศิษย์พระคุณครูมั่นในยุคแรก ต่อมาเจ้าคณะมณฑลจังหวัดนครราชสีมาขอให้หลวงปู่กลับ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อซ่อมวัดบุริมทิศราม หลวงปู่ก็เลยต้องระงับกิจธุดงค์และก็เริ่มงานซ่อมดังที่ได้รับมอบหมาย หลวงปู่ได้อุทิศชีวิต เพื่อศาสนาอย่างแท้จริง จนได้รับการยอมรับจากสาธุชนทั้งหลาย ว่าเป็นอริยสงฆ์ที่หาได้ยากยิ่งองค์หนึ่ง…