ประวัติพระ พระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน

พระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน

ประวัติพระ พระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน

พระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน
วัดมหาชัย ตำบล หนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
นามเดิม กู่ สุวรรณรงค์
พ่อ หลวงพรหม (เมฆ สุวรรณรงค์)
แม่ หล้า สุวรรณรงค์
เกิด วันเสาร์ เดือน ๕ ปีชวด พุทธศักราช ๒๔๔๓

การอุปสมบท
ได้บรรพชาเป็นพระภิกษุ ฝ่ายมหานิกายในสำนักวัดโพธิ์ชัย บ้านม่วงไข่ อำเภอ พรรณานิคม จังหวัด สกลนคร โดยมีพระครูสกลสมณกิจ (ท่านอาญาครูธรรม) เป็นพระอุปัชฌาย์

การจาริกเพื่อเรียนธรรมปฏิบัติ
ตลอดระยะเวลาที่ท่านบรรพชาอยู่ ท่านเป็นผู้ยินดีในเสนาสนะป่า เป็นส่วนมาก ได้จากริแสวงหาที่วิเวก เพื่อสมาธิภาวนา ตามป่าชัฏ ได้ได้โอกาสเล่าเรียนธรรมพื้นฐาน กันท่านพระคุณครูมองลย์ อตุๆโล (พระราชวุฑฒาจารย์) ที่วัดบ้านม่วงไข่นี้ และก็ถัดมา ก็ได้เดินทางไปเจอพระอาจารย์มั่น และก็ได้อยู่เรียนรู้พระธรรม รวมทั้งปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน

การขอญัตติ
เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๖๖ ได้ญัตติเป็นภิกษุธรรมยุติกนิกาย โดยมีพระอดิศัยคุณาธาร (คำ อรโก) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์มั่น เป็นพระกรรมวาจารย์ ณ วัดมหาชัย ตำบล หนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

มรณภาพ
ท่านป่วยด้วยโรคฝีฝักบัว ที่ต้นคอ ซึ่งเป็นโรคประจำตัว เมื่อออกพรรษา ปี พุทธศักราช ๒๔๙๕ แล้ว ท่านได้ลาญาติโยม ขึ้นไปทำสมที่ธุระที่ถ้ำเจ้าผู้เรา จนกระทั่งล่วงไปได้ ๓ เดือน อาการของโรคได้กำเริบมากขึ้น จนกระทั่งท่านได้ถึงมรณภาพ ในท่าทางนั่งสมาธิ ณ ถ้ำเจ้าผู้ข้า ตอนวันที่ ๒๓ ม.ค. พุทธศักราช ๒๔๘๖ รวมอายุท่านได้ ๕๓ ปี…

ประวัติ หลวงปู่ชา สุภัทโท

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ประวัติ หลวงปู่ชา สุภัทโท

หลวงปู่ชา สุภัทโท
วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

“โลกนี้มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดไป จะอยู่ที่โน่นก็เปลี่ยน อยู่ตรงนี้หรือตรงไหนก็เปลี่ยนเนื่องจากเราทั้งหลายอยู่ได้ด้วย ความเคลื่อนไหว หากไม่มีความเคลื่อนไหว พวกเราก็อยู่มิได้ หายใจ ออกมาและจากนั้นก็กลายเป็นหายใจเข้า และหายใจออก ไม่อย่างนั้น ก็อยู่มิได้ ออกไปหมดก็อยู่มิได้ ลมเข้ามาแล้วไม่ออกก็อยู่มิได้ พวกเราทั้งหลายแหล่อยู่ในโลกนี้ก็เป็นของโลก มันเป็นของๆโลก ไม่สมควร ทำความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ควรที่จะทำความเศร้าใจอะไรก็ตามพวกเราควรเป็นผู้มีจิตใจ แข็งแกร่ง จะตกไปอยู่ที่แห่งไหนก็สร้างแม้กระนั้นความดี ถึงแม้หมดชีวิต ก็อย่าทิ้งความดี ”

นามเดิม ชา ช่วงโชติ เกิด 17 มิ.ย. 2461
สถานที่เกิด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

อุปสมบท
บวชในวัดก่อใน อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงวันที่ 26 เม.ย. 2482 โดยมี พระครูอินทรสารคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ สมณศักดิ์ พระโพธิญาณเถร

มรณภาพ
16 มกราคม 2535 อายุ 74 ปี 53 ปี

หลวงปู่เกิดในครอบครัวที่อบอุ่น รวย รวมทั้งมักเกื้อหนุนสงเคราะห์คนยากไร้อยู่ตลอด ท่านเป็นเด็กวัดตั้งแต่ อายุยังน้อย รวมทั้งได้บวชเป็นเณรที่วัดบ้านก่อ เมื่ออายุได้ 13 ปี ลาสึกเมื่ออายุได้ 16 ปี แม้กระนั้นอย่างไรก็ตาม เมื่ออายุได้ 21 ปี หลวงปู่ได้เข้าพิธีการบวชเป็นพระภิกษุในวัดก่อใน จนกว่าต้นปีพุทธศักราช 2489 หลวงปู่ก็เลยได้เริ่ม ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อหาคุณครูเป็นที่พึ่งพิง แล้วก็ได้เข้ากราบนมัสการ พระคุณครูมั่น ความฉลาดทัตโต ที่วัดหนองผือทุ่งนาใน อำเภอพรรณานิคม สกลนคร พระคุณครูมั่นได้ให้โอวาท แล้วก็เปรยเรื่องนิกายว่า “ถ้าเกิดถือพระระเบียบ เป็นหลัก ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งคู่ ด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยไม่จำเป็น จะต้องญัตติเข้าธรรมยุตินิกาย ด้วยทางมหานิกาย จำเป็นจะต้องมีพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติถูกใจสิ่งเดียวกัน” ด้วยเหตุฉะนี้เอง หลวงปู่ก็เลยไม่ได้ขอญัตติเที่ยงธรรมเลิกเหมือนกับ ลูกศิษย์ของพระคุณครูมั่นทั้งหลายแหล่ ภายหลังจากเข้ากราบนมัสการพระคุณครูมั่นแล้ว ท่านกำเนิดเชื่อถือเลื่อมใสยิ่งนักถึงกับ เทียบว่า “คนตาดีเมื่อเจอดวงไฟก็เห็นแสงไฟ ส่วนคนตาบอดนั้น ถึงจะนั่งเฝ้าดวงไฟก็ไม่เห็นอะไร” ข้อความประพฤติปฏิบัติต่างๆของพระคุณครูมั่น ได้ถูกเอามาเป็นตัวอย่างสำหรับเพื่อการปฏิบัติสำหรับพระ-สามเณร เมื่อหลวงปู่ได้กลับมาปรับปรุงวัดหนองป่าดงในตอนตอนปลายชีวิต จนถึงเป็นที่รู้จักแผ่กว้างไกลไปถึงเมืองนอก มีชาวต่างชาติเลื่อมใส เลื่อมใสขอบวชกับหลวงปู่เยอะมากๆ ท่านก็เลยได้สร้างวัดป่านาท้องนาชาติ เพื่อภิกษุคนประเทศอื่น ได้ได้โอกาสใช้เป็นที่พำนักฝึกฝนปฏิบัติธรรม นอกจากยังได้สร้างวัดสาขาของสงฆ์หนองป่าพง เพื่อเผยแพร่ศาสนาไปยังทั่วทุกภาค ของประเทศ ก็เลยถือได้ว่าหลวงปู่เป็นผู้มีพระคุณอย่างมากมายมหาศาลต่อศาสนิกชนทั้งหลายแหล่ ควรจะแก่การเชิดชูเทิดทูนบูชายิ่ง…

ประวัติ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

ประวัติ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

” ทุกคนจะต้องเข้ามหายุทธสงครามวันหนึ่ง เป็นการ ต่อสู้กับพญายม เมื่อถึงเวลานั้นแต่ละคนจำเป็นจะต้องสู้เพื่อ ตัวเอง รวมทั้งจำเป็นต้องสู้เพียงลำพัง คนที่สู้เจริญก็จะไปดี เป็นไปสู่ สวรรค์ คนที่เสียทีก็จะไปร้าย เป็นไปสู่นรก อาวุธที่ใช้ ต่อสู้มีเพียงแค่อย่างเดียวเป็น”สติ” ซึ่งจะสร้างสมได้ด้วยการ เจริญภาวนาแค่นั้น ”

พระธุป่าดงคการเข้าฌาน ที่เป็นลูกศิษย์ ของท่านพระคุณครูมั่น ภูริทัตโตเถระ รวมทั้งเป็น ผู้เจริญ ในสมณะธรรม บำเพ็ญธุระน้อยใหญ่ เพื่อ อำนวยประโยชน์ ต่องานศาสนา สถาบันหลัก ของชาติไทย แล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูล หมู่ชน สังคม อย่างเอนกอนันต์ เป็นปูชนียภิกษุ ที่สาธุชน นับถือเลื่อมใสอย่างใหญ่โต

พระเดชพระคุณ “พระคุณครูฝั้น อาจาโร” วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม สกลนคร

พระคุณครูฝั้น อาจาโร นามเดิม กำเนิดในสกุล กาญจน์รงค์ กำเนิดเมื่อ วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๔ เย็น เดือน ๙ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๒๐ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๒ ที่บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นลูกผู้ที่ ๕ ของ เจ้าไชยกุมาร (เม้า) ในเครือญาติ “กาญจน์รงค์” อดีตกาลเจ้าผู้ครองนคร พรรณานิคม คุณแม่ ของท่านชื่อ นางนุ้ย

พระคุณครูฝั้น ครั้งวัยเด็ก มีพฤติกรรม เป็นระเบียบ นิสัยโอบอ้อม อารี มุมานะ ทรหดอดทน ต่อปัญหา ช่วยเหลือธุรกิจ งานของพ่อ คุณแม่ โดยไม่ยอมแพ้ ต่อความลำบากตรากตรำ

ท่านเข้าศึกษา ชั้นประถม ที่สถานศึกษาวัดโพธิ์ชัย บ้านม่วงไข่ และก็ เข้าไปศึกษาต่อ กับพี่เขย ที่เป็นปลัดขวา ที่อำเภอเมือง ขอนแก่น ตอนนั้น ตอนแรก ท่านต้องการรับราชการ แต่ว่าถัดมา ได้มองเห็น ความเป็นไม่แน่นอน ของผู้มี ยศฐาบรรดาศักดิ์ ก็เลยได้เปลี่ยนแปลง ความตั้งอกตั้งใจ และก็ได้เข้า บวช เป็นเณร ที่วัดโพนทองคำ บ้านบะทองคำ ซึ่งเป็นวัดมหานิกาย ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๖๓ ก็เลยได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ของ พระคุณครูมั่น ความฉลาดทัตโต รวมทั้งได้ขอญัตติ ยุติธรรมจบนิกาย ช่วงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๖๘ ที่วัดโพธิ์สมภรณ์ จังหวัดจังหวัดอุดรธานี โดยมี ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นอุปัชฌาย์

ครั้นเมื่อ อายุได้ ๒๐ ปี ท่านได้บรรพชา เป็นพระภิกษุสงฆ์ในวัดสิทธิบังคม อำเภอ พรรณานิคม จังหวัด จ.สกลนคร โดยมีพระครูป้อง เป็นอุปัชฌาย์ แล้วก็เป็นอาจารย์ การก้าวหน้าการเข้าฌาน ตลอดปีแรก

ออกพรรษาแล้ว ท่านกลับมาอาศัย ที่วัดโพนทองคำ ซึ่งมีพระครูสกลสมที่ธุระ เป็นเจ้าอาวาส รวมทั้งวิปัสสนาจารย์ นำพระสงฆ์ฝั้น อาจาโร ออกธุป่าดงครวมทั้งเจริญภาวนา

ในช่วงชีวิตบรรพชิตของหลวงปู่ ท่านได้ธุดงค์ยังสถานที่ต่างๆเพื่อเผยแผ่พระธรรม คำอบรมสั่งสอน กระทั่งเป็นที่เชื่อถือเชื่อถือของญาติโยมเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้รับการได้รับการเชิดชูเป็น “พระอริยสงฆ์” องค์หนึ่ง

มรณภาพ
๔ เดือนมกราคม ๒๕๒๗ อายุ ๗๘ ปี ๕๘ ปี…

ประวัติ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

ประวัติ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

นามเดิม สิงห์ บุญโท
พ่อ เพียอัครวงศ์ (อ้วน)
คุณแม่ หล้า บุญโท
เกิด วันที่ ๒๗ ม.ค. ๒๔๒๓ ปีฉลู

บรรพชา
เป็นเณร เมื่อ พุทธศักราช๒๔๔๖ในวัดบ้านหนองขอน ตำบลหัวสมุทร อำเภออำนาจก้าวหน้า จังหวัดอุบลราชธานี (เดี๋ยวนี้ จังหวัดอำนาจเจริญ)

บวช
ในพัทธสีมาวัดสุทัศน์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตอนวันที่ ๓๐ พ.ย. ๒๔๕๒ โดยสมเด็จพระมหาวีวงศ์ (ติสโส อ้วน) สมัยเมื่อดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระศาสนดิลก เป็นอุปัชฌาย์ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น

ในระหว่างปี ปี พุทธศักราช๒๔๕๘ ได้นมัสการ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีความนับถือ ในนฤติการณ์ศีลาจารความประพฤติ ของท่านพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐาน ก็เลยมอบกายถวายตัว เป็นลูกศิษย์ออกธุดงคปฏิบัติ ตามแนวของท่าน จนกระทั่งมีความก้าวหน้าทางธรรมปฏิบัติพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

เป็นพระนักปฏิบัติ ที่แน่วแน่ เอื้อเฟื้อ เป็นผู้นำหมู่คณะ เผยแผ่ธรรม ได้ผลดีมากมาย ในแถบจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งภาคอีสาน วัดที่ท่านเคยอาศัย เป็นเจ้าอาวาส เป็นวัดป่าสาลวัน โคราช

สมณศักดิ์
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ “พระญาณวิสิษฏ์ สมิทธิวีราจารย์” เมื่อ ๕ ธ.ค. ๒๕๐๐

มรณภาพ
วันที่ ๘ ก.ย. ๒๕๐๔ เวลา ๑๐.๒๐ น ณ วัดป่าสาลวัน รวมอายุได้ ๗๓ ปี…